http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 ได้รวบรวมและกล่าวถึง การกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัย ควรบ่างเป็นหมวดๆ ว่าแต่ละหมวดจะใช้งบประมาณเท่าใด การแบ่งหมวดค่าใช้จ่ายทำได้หลายวิธี ตัวอย่างหนึ่งของการแบ่งหมวด คือ แบ่งเป็น 8 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่
1. เงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากร
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับงานสนาม
3. ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
4. ค่าครุภัณฑ์
5. ค่าประมวลผลข้อมูล
6. ค่าพิมพ์รายงาน
7. ค่าจัดประชุมวิชาการ เพื่อปรึกษาเรื่องการดำเนินงาน หรือเพื่อเสนอผลงานวิจัยเมื่อจบโครงการแล้ว
8. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยแต่ละแห่งอาจกำหนดรายละเอียดของการเขียนงบประมาณ แตกต่างกัน ผู้ที่จะขอทุนวิจัยจึงควรศึกษาวิธีการเขียนงบประมาณของแหล่งทุนที่ตนต้องการ ขอทุนสนับสนุน และควรทราบถึงยอดเงินงบประมาณสูงสุดต่อโครงการที่แหล่งทุนนั้นๆ จะให้การสนับสนุนด้วย เนื่องจากถ้าผู้วิจัยตั้งงบประมาณไว้สูงเกินไป โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนก็จะมีน้อยมาก
http://www.riclib.nrct.go.th/link/info/researchwrite.pdf ได้รวบรวมและกล่าวถึง งบประมาณว่าเป็นการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัย ควรแบ่งเป็นหมวดๆ ว่าแต่ละหมวดจะใช้งบประมาณเท่าใด การแบ่งหมวดค่าใช้จ่ายทาได้หลายวิธี ตัวอย่างหนึ่งของการแบ่งหมวด คือ แบ่งเป็น 8 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่
1. เงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากร
2. ค่าใช้จ่ายสาหรับงานสนาม
3. ค่าใช้จ่ายสานักงาน
4. ค่าครุภัณฑ์
5. ค่าประมวลผลข้อมูล
6. ค่าพิมพ์รายงาน
7. ค่าจัดประชุมวิชาการ เพื่อปรึกษาเรื่องการดาเนินงาน หรือเพื่อเสนอผลงานวิจัยเมื่อจบโครงการแล้ว
8. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
http://e-book.ram.edu/e-book/m/MR393/chapter9.pdf ได้รวบรวมและกล่าวถึงผู้ทำวิจัยที่จะของบประมาณหรือขอทุนอุดหนุนการวิจัยต้องเขียนรายละเอียดการของบประมาณตามรูปแบบของหน่วยงานที่จะขอ บางหน่วยงานกำหนดให้เขียนแยกเป็นหมวดๆเช่น หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าตอบแทน เป็นต้น
สรุป
การกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัย ควรบ่างเป็นหมวดๆ ว่าแต่ละหมวดจะใช้งบประมาณเท่าใด การแบ่งหมวดค่าใช้จ่ายทำได้หลายวิธี ตัวอย่างหนึ่งของการแบ่งหมวด คือ แบ่งเป็น 8 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่
1. เงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากร
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับงานสนาม
3. ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
4. ค่าครุภัณฑ์
5. ค่าประมวลผลข้อมูล
6. ค่าพิมพ์รายงาน
7. ค่าจัดประชุมวิชาการ เพื่อปรึกษาเรื่องการดำเนินงาน หรือเพื่อเสนอผลงานวิจัยเมื่อจบโครงการแล้ว
8. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยแต่ละแห่งอาจกำหนดรายละเอียดของการเขียนงบประมาณ แตกต่างกัน ผู้ที่จะขอทุนวิจัยจึงควรศึกษาวิธีการเขียนงบประมาณของแหล่งทุนที่ตนต้องการ ขอทุนสนับสนุน และควรทราบถึงยอดเงินงบประมาณสูงสุดต่อโครงการที่แหล่งทุนนั้นๆ จะให้การสนับสนุนด้วย เนื่องจากถ้าผู้วิจัยตั้งงบประมาณไว้สูงเกินไป โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนก็จะมีน้อยมาก ผู้ทำวิจัยที่จะของบประมาณหรือขอทุนอุดหนุนการวิจัยต้องเขียนรายละเอียดการของบประมาณตามรูปแบบของหน่วยงานที่จะขอ บางหน่วยงานกำหนดให้เขียนแยกเป็นหมวดๆเช่น หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าตอบแทน เป็นต้น
1. เงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากร
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับงานสนาม
3. ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
4. ค่าครุภัณฑ์
5. ค่าประมวลผลข้อมูล
6. ค่าพิมพ์รายงาน
7. ค่าจัดประชุมวิชาการ เพื่อปรึกษาเรื่องการดำเนินงาน หรือเพื่อเสนอผลงานวิจัยเมื่อจบโครงการแล้ว
8. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยแต่ละแห่งอาจกำหนดรายละเอียดของการเขียนงบประมาณ แตกต่างกัน ผู้ที่จะขอทุนวิจัยจึงควรศึกษาวิธีการเขียนงบประมาณของแหล่งทุนที่ตนต้องการ ขอทุนสนับสนุน และควรทราบถึงยอดเงินงบประมาณสูงสุดต่อโครงการที่แหล่งทุนนั้นๆ จะให้การสนับสนุนด้วย เนื่องจากถ้าผู้วิจัยตั้งงบประมาณไว้สูงเกินไป โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนก็จะมีน้อยมาก ผู้ทำวิจัยที่จะของบประมาณหรือขอทุนอุดหนุนการวิจัยต้องเขียนรายละเอียดการของบประมาณตามรูปแบบของหน่วยงานที่จะขอ บางหน่วยงานกำหนดให้เขียนแยกเป็นหมวดๆเช่น หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าตอบแทน เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 เข้าถึงเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2555
http://www.riclib.nrct.go.th/link/info/researchwrite.pdf เข้าถึงเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2555
http://e-book.ram.edu/e-book/m/MR393/chapter9.pdf เข้าถึงเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น